ขอคืนเงินประกันสังคม ในกรณีไหนได้บ้าง มีขั้นตอนการขอคืนอย่างไร

ขอคืนเงินประกันสังคม

ขอคืนเงินประกันสังคม

ลูกจ้างทุกคนที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ล้วนมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้าสู่กองทุนประกันสังคม ซึ่งท่านจะได้รับสวัสดิการคุ้มครองในด้านต่าง ๆ เช่น การรักษาพยาบาล การว่างงาน การคลอดบุตร เป็นต้น นอกจากสวัสดิการเหล่านี้แล้ว ท่านยังสามารถขอคืนเงินประกันสังคมได้อีกด้วย

กรณีที่ได้เงินประกันสังคมคืน

ประกันสังคมจะทำการคืนเงินให้กับผู้ประกันตนก็ต่อเมื่อผู้ประกันตนมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่ทางประกันสังคมกำหนดไว้ โดยเงื่อนไขมีอยู่ด้วยกัน 2 กรณีหลัก ดังนี้

1.จ่ายเงินสมทบเงินให้กับประกันสังคม แบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ

1.1 จ่ายเกินเนื่องจากนายจ้างเก่าและนายจ้างใหม่ทำการหักประกันสังคมพร้อมกัน

1.2 เนื่องจากได้รับส่วนลดอัตราการจ่ายประกันสังคมตามประกาศของประกันสังคม ท่านจะสามารถขอคืนเงินประกันสังคมได้ เช่น สถานการณ์โควิด-19 ที่ทางประกันสังคมได้ปรับลดอัตราการจ่ายเงินประกันสังคมลดลง เป็นต้น

2.จ่ายเงินสมทบจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ โดยมีเงื่อนไขที่จะจ่ายเงินคืน สำหรับผู้ที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์จะมีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ คือ

2.1 จ่ายเงินสมทบประกันสังคมไม่ถึง 12 เดือน จ่ายคืนในรูปแบบของเงินบำเหน็จชราภาพ

2.2 จ่ายเงินสมทบประกันสังคมตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 15 ปี (180 เดือน) จ่ายคืนในรูปของเงินบำเหน็จพร้อมกับส่วนของนายจ้างด้วย

2.3 จ่ายเงินสมทบประกันสังคมครบ 180 เดือนพอดี จ่ายคืนในรูปแบบของเงินบำนาญชราภาพ ในอัตราร้อยละ 20 ของเงินค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต

2.4 จ่ายเงินสมทบประกันสังคมมากกว่า 180 เดือนหรือมากกว่า 15 ปี จ่ายคืนในรูปแบบของเงินบำนาญชราภาพ ในอัตราร้อยละ 20 ของเงินค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย สูงสุดไม่เกิน 3,450 บาทต่อเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต

เอกสารที่ใช้ในการของเงินสมทบคืนกรณีจ่ายเงินสมทบเกิน

ขั้นตอนการขอคืนเงินประกันสังคม สำหรับผู้ที่จ่ายเงินสมทบประกันสังคมเกินไป ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด จะมีเอกสารในการขอเงินคืนดังนี้

1.แบบฟอร์มคำร้องขอรับเงินสบทบคืน หรือ (สปส.1-40/6) ซึ่งสามารถขอได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งหรือจะดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของประกันสังคมก็ได้

2.หลักฐานที่แสดงรายละเอียดการจ่ายเงินสมทบในส่วนที่จ่ายเงินเกินให้กับประกันสังคม เช่น หลักฐานการหักเงินค่าประกันสังคมจากนายจ้าง เป็นต้น

  1. สำเนาสมุดบัญชีสมุดเงินฝากที่เป็นชื่อของผู้ประกันตนที่ต้องการให้ทางประกันสังคมทำการโอนเงินเข้า หากผู้ประกันตนได้รับเงินจากการขอคืนเงินประกันสังคม พร้อมทั้งทำการเซ็นต์สำเนาถูกต้อง ซึ่งธนาคารที่สามารถใช้ในการรับเงินจากประกันสังคมได้มีดังนี้ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารธนชาต ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ช่องทางการยื่นเอกสารขอเงินคืนกรณีจ่ายเงินสมทบเกิน

เมื่อจัดเตรียมเอกสารครบแล้ว ผู้ประกันตนสามารถทำการยื่นเอกสารคำร้องขอคืนเงินประกันสังคมไปยังสำนักงานประกันสังคมได้ทันที ซึ่งมีสามารถทำการยื่นได้ 2 ช่องทางดังนี้

1.ส่งทางไปรษณีย์

สำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับเอกสารการขอคืนเงินจากสำนักงานประกันสังคมส่งมาที่บ้าน สามารถนำเอกสารที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในซองจดหมายหรือซองเอกสารส่งกลับไปยังสำนักงานประกันสังคมที่ส่งเอกสารมายังบ้านท่านได้ โดยต้องทำการเขียนที่มุมซองว่า “ขอคืนเงินสมทบ” เพื่อสะดวกต่อการทำงานของทางประกันสังคม

2.ส่งด้วยตนเอง

สำหรับผู้ประกันตนที่สะดวกในการเดินทางไปยังสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ของตนเอง ท่านสามารถนำเอกสารทั้งหมดที่จัดเตรียมไว้ ไปติดต่อยังสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่เพื่อทำเรื่องขอคืนเงินประกันสังคมได้ ในวันและเวลาราชการ

ซึ่งการยื่นเรื่องขอคืนเงินสบทบในกรณีที่จ่ายเงินเกินให้กับทางประกันสังคม จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะ 1 ปีหลังจากที่จ่ายเงินเกินให้กับประกันสังคม หากดำเนินการล่าช้ากว่าระยะเวลาดังกล่าว ผู้ประกันตนจะไม่สามารถทำเรื่องขอคืนเงินประกันสังคมได้

เอกสารที่ใช้ในการของเงินสมทบคืนกรณีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

1.เอกสารแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)

2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกันตน พร้อมการเซนต์รับรอง

3.สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกันตน และของทายาทผู้มีสิทธิ เอกสารนี้จะใช้ในกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายไปแล้ว และผู้ที่มายื่นเรื่องเป็นทายาทที่รับประโยชน์ พร้อมเซ็นต์สำเนาถูกต้อง

4.ใบมรณะบัตรพร้อมสำเนา เอกสารนี้จะใช้ในกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายไปแล้ว และผู้ที่มายื่นเรื่องเป็นทายาทที่รับประโยชน์ พร้อมเซ็นต์สำเนาถูกต้อง

5.เอกสารสำเนาสมุดบัญชี เงินฝากธนาคารหน้าแรกที่เป็นชื่อของผู้ประกันตนที่ขอคืนเงินประกันสังคม หรือเป็นชื่อของผู้รับผลประโยชน์ โดยธนาคารที่สามารถใช้ในการรับเงินจากประกันสังคมได้มีดังนี้ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารธนชาต ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ช่องทางการยื่นเอกสารขอเงินคืนกรณีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

การขอคืนเงินประกันสังคมในกรณีที่ผู้ประกันตนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ผู้ประกันตนหรือผู้รับประโยชน์จะต้องไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่สังกัดอยู่เท่านั้น ไม่สามารถยื่นเอกสารผ่านทางช่องทางอื่นได้ และจะต้องทำการยื่นขอเงินคืนภายใน 1 ปีเท่านั้น หากเกินระยะเวลา 1 ปี แม้แต่วันเดียวสิทธิการยื่นของคืนเงินจะถูกยกเลิกในทันที ดังนั้นหลังจากที่ผู้ประกันตนมีอายุครบ 55 ปีแล้ว ให้รีบไปดำเนินการยื่นขอคืนเงินประกันสังคมที่ประกันสังคมทันทีจะดีที่สุด

ที่กล่าวมานี้เป็นสิทธิการขอคืนเงินที่ผู้ประกันตนต้องได้รับ ดังนั้นเพื่อรักษาสิทธิของท่านควรทำการศึกษาขั้นตอนและสิทธิประโยชน์ในการขอคืนเงินในทุกกรณี เพื่อประโยชน์สูงสุดที่ท่านพึงจะได้รับ

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

Enable registration in settings - general